Local SEO คืออะไร? พร้อมวิธีทำ 17 ขั้นตอนให้ร้านคุณติดอันดับ Google

Local SEO คืออะไร? พร้อมวิธีทำ 17 ขั้นตอนให้ร้านคุณติดอันดับ Google feature image

ในยุคที่คนไทยกว่า 80% ใช้ Google Search และ Google Maps เพื่อค้นหาร้านค้า บริการ หรือร้านอาหารใกล้ตัวด้วยคำว่า “ร้าน…ใกล้ฉัน” การทำ Local SEO จึงกลายเป็นโอกาสทองสำหรับธุรกิจท้องถิ่นทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ คลีนิก หรือธุรกิจระดับจังหวัดที่มีงบการตลาดจำกัด เพราะ Local SEO จะช่วยให้ร้านของคุณติดอันดับการค้นหาในพื้นที่ของคุณ ดึงลูกค้าใหม่ที่ “พร้อมจะซื้อ” เข้ามาหาคุณได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเงินยิงโฆษณาตลอดเวลา
แต่ Local SEO คืออะไรกันแน่? ต้องทำยังไง? เตรียมอะไรบ้าง? ต้องมีเว็บไซต์หรือเปล่า? ใช้งบเท่าไหร่? และทำยังไงถึงจะติดอันดับจริงๆ? วันนี้ผมเดียวจาก OpenMap จะพาทุกคนไปเจาะลึกทุกขั้นตอน พร้อม 17 วิธีทำ Local SEO ที่ใช้งานได้จริง ช่วยให้ร้านคุณปรากฏตัวบน Google เมื่อลูกค้าในพื้นที่กำลังมองหาธุรกิจแบบคุณพอดี ไปดูกันเลยครับ!

Local SEO คืออะไร ทำไมร้านคุณต้องรู้จัก?

Local SEO คือการทำให้ร้านคุณโผล่หน้าแรก Google Maps และผลการค้นหา เวลาที่ลูกค้าในพื้นที่เสิร์ชหาธุรกิจแบบคุณ
ลองจินตนาการดูนะครับ ตอนนี้เที่ยงแล้ว ท้องคุณกำลังร้องเพลง คุณหยิบมือถือขึ้นมาแล้วพิมพ์ว่า “ร้านอาหารใกล้ฉัน” แล้วร้านไหนจะโผล่มาหน้าแรกบน Google Maps ล่ะ? คำตอบคือร้านที่ข้อมูลครบ รีวิวดี อัปเดตต่อเนื่อง และทำ Local SEO ดีที่สุดนั่นเอง

OpenMap Local SEO + AI show case
OpenMap Local SEO + AI show case

Local SEO คือเทคนิคการเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจของคุณติดอันดับในผลการค้นหาและ Google Maps เวลาที่ลูกค้าเสิร์ชคำที่มีสถานที่เฉพาะเจาะจง เช่น:

  • “ร้านอาหารใกล้ฉัน”
  • “คาเฟ่ขอนแก่น”
  • “คลินิกทำฟันเชียงใหม่”

Local SEO ต่างจาก SEO ทั่วไปยังไง?

ลองเปรียบเทียบกันแบบชัดๆ เลยครับ:

seo ปกติ ตัวอย่าง

SEO แบบปกติ 

  • แข่งขันกับคนทั้งประเทศเพื่อติดคำว่า “ร้านกาแฟ”
  • งบประมาณ: หลักแสน – หลักล้าน ต่อปี
  • ใช้เวลา 6-12 เดือน หรือมากกว่า ถึงจะเห็นผล
  • แข่งกับแบรนด์ใหญ่ที่มีทีมงานและงบเพียบ
  • ลูกค้าที่ได้: กระจายทั่วประเทศ ส่วนใหญ่อาจไม่ได้เดินทางมาร้านจริง

local seo ตัวอย่าง

Local SEO

  • แข่งแค่ในพื้นที่ของคุณ เช่น “ร้านกาแฟขอนแก่น” หรือ “ร้านกาแฟขอนแก่นในเมือง”
  • งบประมาณ: 0 บาท – หลักหมื่น (ขั้นพื้นฐานทำเองได้ฟรี)
  • ใช้เวลา 1-3 เดือน เริ่มเห็นผลได้เร็วขึ้น ( OpenMap ทำได้ภายใน 14 วัน)
  • แข่งกับร้านใกล้เคียงเท่านั้น คู่แข่งน้อยกว่ามาก
  • ลูกค้าที่ได้: พร้อมเดินทางมาร้านภายใน 24 ชั่วโมง คุณภาพสูงและตรงกลุ่มมากกว่า

สรุปง่ายๆ: ยิ่งคุณระบุสถานที่ชัดเจนเท่าไหร่ ยิ่งประหยัดงบและได้ลูกค้าที่ตรงกลุ่มมากขึ้น เพราะคนที่เสิร์ช “ร้านกาแฟขอนแก่น” ย่อมอยู่ในขอนแก่นเท่านั้นและพร้อมเดินทางไปจริงๆ ไม่ใช่แค่เข้ามาดูแล้วปิดหน้าร้านไป

ทำไมร้านคุณต้องทำ Local SEO?

คำตอบง่ายๆ คือ เพราะลูกค้าของคุณกำลังหาคุณอยู่บน Google และถ้าคุณไม่อยู่ตรงนั้น พวกเขาก็จะไปหาคู่แข่งแทน

ลูกค้าที่ค้นหาแบบ Local พร้อมจ่ายเงินจริงหรือ?

พร้อมมากครับ! คนที่เสิร์ชร้านคุณไม่ได้แค่หาข้อมูล แต่พร้อมจ่ายเงินทันที ถ้าร้านคุณไม่มีตัวตนหรือข้อมูลไม่ครบ ก็เท่ากับปล่อยให้ลูกค้าไหลไปหาคู่แข่งโดยไม่รู้ตัว

ตัวอย่างอันดับของคำว่า ปิ้งย่างร้อยเอ็ด รอบร้าน Beeftime ลูกค้าที่ทำ Local SEO กับ OpenMap
ตัวอย่างอันดับของคำว่า ปิ้งย่างร้อยเอ็ด รอบร้าน Beeftime ลูกค้าที่ทำ Local SEO กับ OpenMap เลขยิ่งน้อย ยิ่งดี เพราะจะอยู่อันดับแรกๆ และด้วยความเป็น Local SEO อันดับเวลาคนค้นหา ถ้าอยู่คนละตำแหน่งของ Map จะไม่เท่ากัน แต่การทำ Local SEO จะทำให้ Google ขยายระยะหมุดร้านของเราให้ไกลขึ้น

ทำ Local SEO แล้วได้อะไรบ้าง?

1. ร้านเล็กแข่ง Local SEO กับแบรนด์ใหญ่ได้จริงหรือ?
ได้ครับ! Local SEO ไม่ได้ดูว่าแบรนด์คุณใหญ่แค่ไหน แต่ดูที่ความใกล้ + ความเกี่ยวข้อง + ความน่าเชื่อถือ ถ้าร้านคุณทำ 3 ปัจจัยนี้ได้ดีกว่า คุณก็ชนะ และแอบกระซิบว่าเท่าที่ผมเช็คมาธุรกิจประจำจังหวัดใหญ่ ไม่ค่อยสนใจการทำ Local SEO มากนัก ทำให้ร้านเปิดใหม่หรือร้านเล็กมีโอกาสทำและชนะสูงครับ
2. Local SEO ต้องใช้เงินเยอะมั้ย?
ขึ้นอยู่กับว่าคู่แข่งในพื้นที่คุณทำหรือยังครับ
สำหรับขั้นพื้นฐานของ Local SEO ทำเองได้ฟรี แต่ต้องใช้เวลาศึกษาและทำความเข้าใจขั้นตอนต่างๆ ให้ดี เช่น:

  • การตั้งค่า Google Business Profile
  • การเพิ่มประเภทธุรกิจที่ถูกต้อง
  • การเก็บรีวิวจากลูกค้า
  • การอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วน

แต่ถ้าคู่แข่งในพื้นที่ของคุณทำ Local SEO เหมือนกัน คุณอาจต้องมีงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับ:

  • การทำเว็บไซต์ ที่โหลดเร็วและใช้งานง่ายบนมือถือ พร้อมข้อมูลครบถ้วนและดึงดูดลูกค้า
  • การสร้างความน่าเชื่อถือผ่านสื่อต่างๆ เช่น การได้รับการกล่าวถึงจากเว็บไซต์ท้องถิ่น สื่อออนไลน์ หรือบล็อกที่มีชื่อเสียง
  • การสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ เพื่อดึงดูดลูกค้าและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง

3. จะได้ลูกค้าคุณภาพดีจริงหรือ?
ได้ครับ และแม่นยำมากด้วย! จากข้อมูล HubSpot พบว่า:

  • 46% ของการค้นหาบน Google มีการระบุสถานที่ชัดเจน (Local Intent)
  • 88% ของคนที่ค้นหา Local Business บนมือถือจะโทรสอบถามหรือเดินทางไปร้านภายใน 24 ชั่วโมง

สรุป: ถ้าไม่ทำ Local SEO จะเสียอะไร?

เสียลูกค้าที่กำลังมองหาคุณอยู่ครับ! ถ้าคุณเป็นธุรกิจท้องถิ่นที่มีหน้าร้านจริง การไม่ทำ Local SEO เท่ากับปิดประตูร้านทิ้งไว้ตอนที่ลูกค้ากำลังเดินผ่าน
เพราะลูกค้าของคุณกำลังเสิร์ชหาคุณอยู่บน Google ทุกวันนี้ คำถามคือ พวกเขาจะเจอคุณหรือเจอคู่แข่ง?

17 ขั้นตอนวิธีทำ Local SEO ให้ร้านคุณติดอันดับ Google

วิธีทำ basic Local SEO beeftime

12 ขั้นตอนพื้นฐานที่จะเปลี่ยนร้านคุณให้กลายเป็น “ตัวเลือกแรก” บน Google

ความจริงง่ายๆ คือ ร้านที่มีข้อมูลครบ อัปเดตสม่ำเสมอ และมีรีวิวดีจะได้เปรียบตั้งแต่แรก เพราะ Google ชอบความน่าเชื่อถือและความสดใหม่ ยิ่งคุณดูแลข้อมูลและรีวิวอย่างต่อเนื่อง อันดับก็ยิ่งขยับขึ้น เมื่อคนค้นหา ร้านคุณจึงมีโอกาสถูกคลิกมากกว่าคู่แข่ง
มาดูขั้นตอนที่ต้องทำกันเลยครับ

ยืนยันสิทธิ์ร้านบน Google Business Profile (เดิมชื่อ GMB)

ทำไมต้องทำ? เพื่อคุณจะได้จัดการชื่อ เบอร์โทร เวลาเปิด-ปิด และตอบรีวิวได้เอง ไม่งั้นคนอื่นสามารถแก้ไขข้อมูลร้านคุณได้
ทำยังไง? เข้าไปที่ google.com/business แล้วกด “Claim this business” Google จะส่งรหัสยืนยันมาทาง SMS หรือไปรษณีย์

ตั้งชื่อร้านให้ถูกต้อง + เพิ่มคีย์เวิร์ด

ตัวอย่าง: “Coffee House – คาเฟ่ดริปกาแฟ เชียงใหม่”
ชื่อแบบนี้ดีกว่า “Coffee House” แค่อย่างเดียว เพราะช่วยให้คนที่เสิร์ช “คาเฟ่เชียงใหม่” เจอคุณง่ายขึ้น

เลือกหมวดหมู่ (Category) ให้ตรงกับธุรกิจ

ตัวอย่าง: ถ้าคุณเป็นคาเฟ่ ต้องเลือก “Cafe” หรือ “Coffee Shop” ไม่ใช่ “Restaurant” เพราะจะทำให้ Google จัดอันดับคุณในกลุ่มที่ไม่ใช่
เคล็ดลับ: เลือกได้หลายหมวดหมู่ แต่หมวดหมู่แรกสำคัญที่สุด (ร้านคุณเน้นคาเฟ่นั่งชิล ถ่ายรูป หรือเน้นทำกาแฟขายรสชาติ ถึงจุดนี้ต้องเลือกแล้วครับ)

เขียน Description (คำอธิบายธุรกิจ) ให้ครบถ้วนและมีคีย์เวิร์ด

Google ให้พื้นที่ถึง 750 ตัวอักษร อย่าพลาดโอกาสนี้! นี่คือโอกาสทองที่จะบอกลูกค้าว่าร้านคุณมีอะไรดี ทำไมต้องมา และทำให้คุณต่างจากคู่แข่ง การเขียน Description ที่ดีต้องครอบคลุม 4 สิ่ง:

  • ทำเลและจุดเด่นหลัก – บอกว่าอยู่ใกล้ไหน เดินทางยังไง มีจุดเด่นอะไร
  • สินค้า/บริการหลัก – เสิร์ฟอะไรบ้าง มีเมนูเด่นอะไร ใช้วัตถุดิบพิเศษไหม
  • จุดเด่นเพิ่มเติม – ใครควรมา มีบริการพิเศษอะไร มีที่จอดรถไหม และ
  • เวลาทำการ + ช่องทางติดต่อ – เปิดเมื่อไหร่ ติดต่อได้ที่ไหน อย่าเขียนสั้นๆ แค่ 2-3 ประโยค เพราะคู่แข่งที่เขียนครบจะได้เปรียบกว่า

ตัวอย่าง Description เต็มรูปแบบ: “Coffee House คาเฟ่สไตล์มินิมอลใกล้ BTS ศาลาแดง ทางออก 2 เดินแค่ 3 นาที เหมาะสำหรับคนทำงาน ฟรีแลนซ์ และนักศึกษาที่ต้องการพื้นที่สงบ มีปลั๊กไฟทุกที่นั่ง Wi-Fi เร็วแรง 500 Mbps เราเน้นกาแฟดริปคุณภาพจากเมล็ดคั่วสดทุกสัปดาห์ เมนูขายดีอย่าง Dirty Coffee และ Iced Latte Hazelnut นอกจากกาแฟยังมีสมูทตี้ ชา และเบเกอรี่สดทุกวัน เช่น ครัวซองต์เนย Cheese Tart และ Banana Cake เหมาะนั่งทำงานทั้งวัน ไม่จำกัดเวลา มีโซนเงียบสำหรับประชุม และโซนสบายๆ สำหรับนั่งคุย ร้านสะอาด แอร์เย็น มีห้องน้ำสะอาด รับ Walk-in ทุกวัน มีที่จอดรถ 5 คัน เปิดทุกวัน 8:00-20:00 น. สั่งล่วงหน้าได้ทาง Line: @coffeehouse หรือโทร 02-XXX-XXXX” จำไว้ว่า: ใส่คีย์เวิร์ดที่ลูกค้าค้นหา (เช่น “ใกล้ BTS” “Wi-Fi เร็ว” “มีที่จอดรถ”)

ตอบคำถามที่ลูกค้าอยากรู้ และบอกจุดเด่นที่ต่างจากคู่แข่ง Description ที่ดีทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้นและช่วยให้ Google เข้าใจว่าร้านคุณเหมาะกับคนที่ค้นหาอะไร

ใส่โลโก้ + ภาพหน้าปกคุณภาพสูง

ทำไมสำคัญ? ภาพคมชัดช่วยสร้างความน่าเชื่อถือตั้งแต่แรกเห็น ลูกค้ามักเลือกร้านที่ดูดีกว่า
ขนาดที่แนะนำ: โลโก้ 720x720px, ภาพหน้าปก 1024x576px

เพิ่มลิงก์ Social Media ทั้งหมด

เพิ่มลิงก์ Facebook, Instagram, TikTok, Line Official ให้ครบ เพื่อ:

  • ลูกค้าติดตามคุณต่อได้ง่าย
  • Google รู้จักแบรนด์คุณมากขึ้น = ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ

ทำให้ข้อมูล NAP ตรงกันทุกที่

NAP คืออะไร? Name (ชื่อ), Address (ที่อยู่), Phone (เบอร์โทร)
ต้องตรงกันที่ไหนบ้าง?

  • Google Business Profile
  • Facebook Page
  • Instagram Bio
  • เว็บไซต์
  • LINE Official

ทำไมต้องตรงกัน? ถ้าข้อมูลไม่ตรงกัน Google จะสับสน อันดับก็ลดลง

จูงใจให้ลูกค้ารีวิว

ทำยังไง?

  • ให้ส่วนลด 10% เมื่อรีวิวบน Google Maps
  • วางป้าย “รีวิวเราได้รับของที่ระลึก”
  • ขอ Feedback หลังลูกค้าจ่ายเงิน

จำไว้ว่า: ห้ามซื้อรีวิวปลอม Google จับได้แบนร้านทันที

ตอบรีวิวทุกรีวิว (ทั้งดีและแย่)

รีวิวดี: ขอบคุณแล้วเชิญกลับมาใหม่
ตัวอย่าง: “ขอบคุณมากครับ ที่ให้โอกาสเรา หวังว่าคราวหน้าจะได้ต้อนรับอีกนะครับ ☕”
รีวิวแย่: ขอโทษและเสนอแก้ไข
ตัวอย่าง: “ขออภัยในความไม่สะดวกครับ เราจะนำไปปรับปรุง หากสะดวกติดต่อเราโดยตรงที่ 02-XXX-XXXX เพื่อแก้ไขให้ได้เลยครับ”
ทำไมต้องตอบ? แสดงว่าคุณใส่ใจลูกค้า = Google ให้คะแนนเพิ่ม

10. อัปโหลดรูปภาพ 15-20 รูป

ควรมีรูปอะไรบ้าง?

  • บรรยากาศภายในร้าน (5-7 รูป)
  • เมนูเด่นๆ (5-7 รูป)
  • หน้าร้าน/ป้ายชื่อ (2-3 รูป)
  • ทีมงาน (2-3 รูป)

ทำไม? ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้นเมื่อเห็นภาพจริง

ใส่รูปเมนูหรือรายการบริการ

สำคัญมาก! ลูกค้าอยากเห็นราคาก่อนมาร้าน
ตัวอย่าง:

  • ร้านอาหาร : ใส่เมนูพร้อมราคา
  • คลินิก : ใส่รายการบริการและราคา
  • ร้านเสื้อผ้า : ใส่ช่วงราคาและโปรโมชัน

โพสต์อัปเดตสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

โพสต์อะไรได้บ้าง?

  • เมนูใหม่/บริการใหม่
  • โปรโมชันประจำสัปดาห์
  • กิจกรรมพิเศษ
  • เทศกาลวันหยุด

ทำไมต้องโพสต์? Google จะรู้ว่าร้านคุณยัง Active = ช่วยให้อันดับดีขึ้น

5 ขั้นตอน Advanced Local SEO เมื่ออันดับยังไม่ขึ้น

วิธีทำ advance Local SEO beeftime

ทำ 12 ขั้นตอนพื้นฐานครบแล้ว แต่อันดับยังไม่ขึ้น? อาจเป็นเพราะคู่แข่งในพื้นที่ของคุณทำเหมือนกัน หรือทำดีกว่า ถึงเวลาต้องใช้เทคนิคขั้นสูงเพื่อแซงหน้าพวกเขา
5 ขั้นตอนนี้จะช่วยให้ร้านคุณติดทนและติดยาว ไม่ใช่แค่ขึ้นชั่วคราวแล้วหายไป เพราะคุณจะสร้างเว็บไซต์ คอนเทนต์ และสัญญาณความน่าเชื่อถือจากภายนอกที่ Google ชอบ เมื่อทำครบทั้งหมด คุณจะได้ทั้งลูกค้าจาก Google, การบอกต่อแบบออแกนิก และรีวิวที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

สร้างเว็บไซต์หรือ Landing Page ของตัวเอง

ทำไมต้องมี? เพราะเป็นศูนย์กลางที่คุณควบคุมได้เอง ต่างจาก Facebook หรือ Instagram ที่อัลกอริทึมเปลี่ยนบ่อย โพสต์คุณอาจไม่เข้าถึงคนได้เลย
ข้อดีที่หลายคนไม่รู้: ร้านส่วนใหญ่ไม่สนใจทำเว็บไซต์ ถ้าคุณมี แค่นี้ก็ต่างจากคู่แข่งแล้ว Google จะมองว่าคุณดูมืออาชีพและน่าเชื่อถือกว่า อันดับก็ขยับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ไม่จำเป็นต้องมีเว็บใหญ่โต แค่มี 1 หน้าเว็บ (Landing Page) ที่มีข้อมูลครบก็พอ:

  • ชื่อร้าน + ที่อยู่ + เบอร์โทร + แผนที่
  • รูปภาพร้านและสินค้า/บริการ
  • เวลาเปิด-ปิด
  • ลิงก์ไปยัง Social Media

มี 3 ทางเลือกในการสร้าง Landing Page

ทางเลือกที่ 1: ทำเอง

  • ทำได้เอง เรียนรู้เอง ปรับแต่งได้ทุกอย่าง พร้อมเรียนรู้การทำ SEO เอง คิดว่าน่าจะใช้เวลา ประมาณ 3-6 เดือนกว่าทุกอย่างจะเข้าที่แล้วมาลุ้นอันดับกัน
  • มีแค่ค่าโฮสและโดเมนปีละ 3,000 – 5,000 บาท
  • เหมาะกับคนที่มีเวลาและอยากลองทำเอง
  • ข้อเสีย: ใช้เวลานาน ต้องเรียนรู้เอง ทำเว็บเสร็จ ทำ SEO ต่อ ซึ่งไม่รู้ว่าจะเห็นผลตอนไหน

ทางเลือกที่ 2: จ้างฟรีแลนซ์ทำ

  • ราคาประมาณ 10,000-30,000 บาท พร้อมค่าโฮสและโดเมนปีละ 3,000 – 5,000 บาท
  • ได้หน้าเว็บที่ออกแบบตามใจ แต่ก็ต้องคุยกับฟรีแลนซ์ให้รู้เรื่อง
  • ข้อเสีย: ต้องคุยงาน รอแก้ไข คนรับทำเว็บส่วนใหญ่อาจจะรู้พื้นฐาน SEO แต่ไม่สามารถช่วยการันตีอันดับหรือแนวทางพัฒนาเพื่อดันอันดับได้ เพราะงานทำเว็บและงานการทำ SEO เป็นคนละส่วนกัน และอาจไม่มีการดูแลหลังส่งมอบ ถ้าต้องดูแลเอง งานช้างเลยครับ

ทางเลือกที่ 3: ใช้บริการ Landing Page จาก OpenMap 

  • ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ Local SEO มีครบทุกองค์ประกอบที่ Google ต้องการ
  • โหลดเร็ว รองรับมือถือ และเชื่อมต่อกับ Google Business Profile ได้เลย
  • มีฟีเจอร์ที่ช่วย Local SEO เช่น แผนที่, รีวิวจาก Google, ปุ่มโทรตรง, ปุ่มนำทาง
  • ไม่ต้องดูแลเอง ทีมงานช่วยอัปเดตและปรับปรุงให้ตลอด
  • เหมาะกับคนที่ต้องการผลลัพธ์เร็วและมั่นใจว่าได้มาตรฐาน

สนใจใช้บริการ Landing Page จาก OpenMap?  เราพร้อมช่วยให้ร้านคุณมี Landing Page ที่เหมาะกับ Local SEO พร้อมทำปรับปรุง Map ของร้าน เขียนบทความ สร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้อันดับขึ้นได้จริง การันตีอันดับทั้งใน Google และ AI ติดต่อทีมงานเราได้เลยครับ

เขียนบทความ SEO ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

หลังจากมีเว็บแล้ว ขั้นต่อไปคือสร้างคอนเทนต์ เพื่อแสดงให้ Google เห็นว่าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจนั้นๆ จริงๆ
ตัวอย่างหัวข้อบทความที่ดึงลูกค้าได้:

  • ร้านกาแฟ : “5 วิธีเลือกกาแฟดริปให้ใช่ใจ” หรือ “ร้านกาแฟแนะนำย่านอารีย์”
  • คลินิก : “จัดฟันแบบไหนดี? เปรียบเทียบ 3 วิธียอดนิยม”
  • ร้านอาหาร : “5 ร้านอาหารญี่ปุ่นแนะนำย่านสุขุมวิท”

ทำไมต้องเขียนบทความ? เพราะคุณจะดึงลูกค้าจากหลายคำค้นหา ไม่ใช่แค่ชื่อร้านอย่างเดียว ยิ่งเขียนเยอะ ยิ่งมีโอกาสติดหน้าแรก Google มากขึ้น
เขียนเองหรือจ้างคนเขียน? เขียนเองได้ถ้ามีเวลา หรือจ้างฟรีแลนซ์เขียนบทความละ 500-1,500 บาท

สร้าง Citation บนเว็บไซต์อื่นๆ

Citation คืออะไร? คือการที่เว็บไซต์อื่นกล่าวถึงหรือใส่ข้อมูลร้านคุณ (ชื่อ + ที่อยู่ + เบอร์โทร) ลงในเว็บของพวกเขา
ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ควรไปลงข้อมูล:

  • Directory หรือ Platfrom ต่างๆ เช่น Wongnai, Open Rice, Thai Yellow Pages
  • เว็บรีวิวหรือเว็บข่าวประจำจังหวัด เช่น เว็บรีวิวร้านอาหารในจังหวัดของคุณ
  • Blogger / Influencer ที่มีเว็บไซต์ ให้เค้าเขียนรีวิวแนะนำร้าน

ทำไมต้องทำ? Google จะมองว่าร้านคุณมีคนพูดถึงเยอะ = โด่งดังกว่าคู่แข่ง ยิ่งเว็บที่กล่าวถึงคุณมีชื่อเสียงมากเท่าไหร่ ยิ่งดีมากเท่านั้น
เริ่มต้นยังไง? ค้นหาว่า “ร้าน[ประเภทธุรกิจ] [ชื่อจังหวัด]” แล้วดูว่าคู่แข่งไปลงข้อมูลที่ไหนบ้าง ตามไปลงเหมือนกัน

ทำแคมเปญ Branding กับ Influencer ท้องถิ่น

ทำไมต้องใช้ Influencer? เพราะช่วยเพิ่มการรับรู้และการแชร์ภายในชุมชน ทำให้มีคนค้นหาชื่อร้านคุณบน Google มากขึ้น
ข้อมูลที่หลายคนไม่รู้: Google รู้ว่ามีกี่คนค้นหาชื่อร้านคุณ ยิ่งมีคนค้นหาชื่อร้านเยอะ อันดับยิ่งดีขึ้น เพราะ Google มองว่าร้านคุณเป็นที่นิยม
เริ่มต้นยังไง?

  • หา Micro-Influencer ในพื้นที่ (ฟอลโลว์ 5,000-50,000 คน)
  • ให้ผลิตภัณฑ์/บริการฟรีแลกกับโพสต์รีวิว
  • ขอให้พวกเขาแนะนำให้คนค้นหาร้านคุณบน Google

งบประมาณ: Micro-Influencer มักรับของฟรีหรือค่าตอบแทน 1,000-5,000 บาทต่อโพสต์

ขอรีวิวจาก Google Local Guide

Google Local Guide คือใคร? คือคนที่ Google เชื่อถือเพราะรีวิวบ่อยและมีคุณภาพ พวกเขามีสัญลักษณ์ระดับข้างชื่อ (Level 4, Level 5 เป็นต้น)
ทำไมรีวิวจากพวกเขาถึงดีกว่า? เพราะ Google ให้น้ำหนักกับรีวิวของพวกเขามากกว่ารีวิวทั่วไป โดยเฉพาะถ้ามีทั้งข้อความยาวและรูปภาพ จะยิ่งช่วยให้อันดับขึ้นได้ชัดเจน
หา Local Guide ได้ยังไง?

  • ดูจากรีวิวคู่แข่ง คนที่มีสัญลักษณ์ระดับคือ Local Guide
  • เชิญพวกเขามาร้านพร้อมให้ของฟรีหรือส่วนลดพิเศษ
  • ขอให้รีวิวพร้อมรูปภาพและเขียนรายละเอียด

จำไว้ว่า: ห้ามซื้อรีวิวปลอม แต่ขอความช่วยเหลือจาก Local Guide ที่มาร้านจริงถือว่าโอเค

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Local SEO

Local Business คืออะไร?

Local Business คือธุรกิจที่ให้บริการลูกค้าในพื้นที่เฉพาะ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ (1) ธุรกิจที่มีหน้าร้านจริง เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านเสื้อผ้า คลินิก ร้านทำผม ร้านซ่อมมือถือ และ (2) ธุรกิจที่ให้บริการถึงบ้าน (Service-Area Business) เช่น ช่างแอร์ ช่างประปา รับจัดสวน บริการทำความสะอาด จุดเด่นของ Local Business คือมีสถานที่ตั้งจริงหรือระบุพื้นที่ให้บริการชัดเจน กลุ่มลูกค้าอยู่ในพื้นที่เดียวกัน และควรทำ Local SEO เพื่อให้ลูกค้าในพื้นที่เจอง่ายบน Google และ Google Maps ถ้าธุรกิจคุณมีหน้าร้านหรือให้บริการในพื้นที่เฉพาะ คุณคือ Local Business และควรทำ Local SEO ทันที!

Local Search คืออะไร?

Local Search คือการค้นหาที่มีเจตนาเชิงพื้นที่ เช่น “คาเฟ่ใกล้ฉัน” “ร้านอาหารสุขุมวิท” หรือ “คลินิกทำฟันลาดพร้าว” ผลลัพธ์จะแสดงเป็น Map Pack (แผนที่พร้อมร้านค้า 3 อันดับแรก) และผลลัพธ์ออร์แกนิกที่ปรับตามตำแหน่งผู้ค้นหา Google จัดอันดับจาก 3 ปัจจัย คือ (1) ความใกล้เคียง – ร้านใกล้กับตำแหน่งผู้ค้นหาแค่ไหน (2) ความเกี่ยวข้อง – ข้อมูลร้านตรงกับที่ค้นหาหรือไม่ (3) ความน่าเชื่อถือ – จำนวนรีวิว คะแนนรีวิว และความสม่ำเสมอของข้อมูล

Local SEO ช่วยธุรกิจในจังหวัดได้ยังไง?

Local SEO ช่วยให้ธุรกิจในจังหวัดแข่งขันได้โดยไม่ต้องใช้งบมหาศาล เพราะคุณแค่ต้องแข่งกับร้านในพื้นที่เดียวกัน ไม่ใช่ทั้งประเทศ ทำให้คู่แข่งน้อยลงและติดอันดับได้ง่ายขึ้น เมื่อลูกค้าในจังหวัดของคุณเสิร์ช “ร้านกาแฟเชียงใหม่” หรือ “คลินิกขอนแก่น” ร้านคุณจะโผล่หน้าแรก Google Maps ทำให้ได้ลูกค้าที่พร้อมจะเดินทางมาจริงๆ ภายใน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในชุมชนผ่านรีวิวและการบอกต่อ ทำให้ร้านเล็กๆ สามารถเอาชนะแบรนด์ใหญ่ที่ไม่ได้โฟกัสในพื้นที่ได้ ที่สำคัญคือ Local SEO ขั้นพื้นฐานทำเองได้ฟรี เหมาะกับธุรกิจที่มีงบจำกัดแต่อยากเติบโตในระยะยาว

Local SEO ทำยังไง?

เริ่มจากยืนยันสิทธิ์ร้านบน Google Business Profile แล้วกรอกข้อมูลให้ครบ ได้แก่ ชื่อร้าน ที่อยู่ เบอร์โทร เวลาเปิด-ปิด หมวดหมู่ธุรกิจ คำอธิบายร้าน รูปภาพ และเมนู/บริการ จากนั้นทำให้ข้อมูล NAP (Name-Address-Phone) ตรงกันทุกช่องทาง ทั้ง Google, Facebook, Instagram, LINE Official และเว็บไซต์ แล้วกระตุ้นให้ลูกค้ารีวิวพร้อมตอบกลับทุกรีวิว และอัปเดตโพสต์บน Google สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ถ้าต้องการไปต่อในขั้นสูง ให้สร้างเว็บไซต์หรือ Landing Page เขียนบทความ SEO ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ลงข้อมูลใน Directory ต่างๆ และทำแคมเปญกับ Influencer ท้องถิ่น

สรุป: เริ่มทำ Local SEO วันนี้ แล้วร้านคุณจะเจอลูกค้าที่พร้อมซื้อ

Local SEO คือกุญแจที่ทำให้ลูกค้าที่กำลังมองหาธุรกิจแบบคุณเจอร้านคุณก่อนคู่แข่ง ไม่ว่าพวกเขาจะเสิร์ช “ร้านกาแฟใกล้ฉัน” “คลินิกเชียงใหม่” หรือ “ร้านอาหารสุขุมวิท” ถ้าคุณทำ Local SEO ดี ร้านคุณจะโผล่หน้าแรก Google Maps และดึงลูกค้าที่พร้อมจ่ายเงินทันทีมาหาคุณ
เริ่มต้นยังไงดี?
ขั้นที่ 1: ทำพื้นฐาน 12 ขั้นตอนให้ครบ – ยืนยันสิทธิ์ร้านบน Google Business Profile, กรอกข้อมูลให้ครบ, จัดการรีวิว, อัปโหลดรูปภาพ และโพสต์อัปเดตสม่ำเสมอ ขั้นตอนเหล่านี้ทำเองได้ฟรี แต่ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ
ขั้นที่ 2: ต่อยอดด้วย 5 เทคนิคขั้นสูง (ถ้าอันดับยังไม่ขึ้น) – สร้างเว็บไซต์หรือ Landing Page, เขียนบทความ SEO, สร้าง Citation, ทำแคมเปญกับ Influencer และขอรีวิวจาก Local Guide ขั้นตอนเหล่านี้ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม แต่จะช่วยให้คุณแซงหน้าคู่แข่งที่ทำแค่พื้นฐาน
ขั้นที่ 3: ดูแลอย่างสม่ำเสมอ – อัปเดตข้อมูล ตอบรีวิว โพสต์เนื้อหาใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะ Google ชอบร้านที่ยัง Active และดูแลลูกค้าดี

คุณจะได้อะไรจาก Local SEO?

เมื่อทำครบทุกขั้นตอนและดูแลอย่างสม่ำเสมอ คุณจะเห็น:

คุณทำ Local SEO แล้วคุณจะได้อะไร

  • จำนวนคนเห็นร้านคุณบน Google เพิ่มขึ้น
  • การโทรสอบถามเพิ่มขึ้น
  • คนขอเส้นทางมาร้านเพิ่มขึ้น
  • ลูกค้าเดินเข้าร้านจริงเพิ่มขึ้น
  • รีวิวดีๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ที่สำคัญคือ: Local SEO เป็นวิธีที่คุ้มค่าและยั่งยืนกว่าการพึ่งโฆษณาเพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อคุณติดอันดับแล้ว ลูกค้าจะเจอคุณได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณาทุกวัน
เริ่มทำวันนี้ แล้วร้านคุณจะไม่หายไปจากสายตาลูกค้าอีกต่อไป!

พร้อมเริ่มต้น Local SEO แล้วหรือยัง? ถ้าต้องการความช่วยเหลือในการสร้าง Landing Page หรือวางแผน Local SEO ให้ร้านของคุณ ติดต่อทีมงาน OpenMap ได้เลยครับ เราพร้อมช่วยให้ร้านคุณติดหน้าแรก Google!

เพิ่มเพื่อน

Share the Post:

Related Posts

ซุปโอชา Soup O Cha 心心汤 อาหารตามสั่ง เชียงใหม่ 3

เปิดพิกัดร้านลับ! 7 ร้านอาหารตามสั่ง เชียงใหม่ ที่คนพื้นที่คอนเฟิร์มว่านัว

เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เดินเที่ยวได้ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตคนท้องถิ่น และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คืออาหารที่มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่อาหารเหนือแท้ ๆ รสเข้มข้น ไปจนถึงเมนูคุ้นเคยที่ถูกนำมาปรับให้มีสไตล์มากขึ้น ใครว่ามาเที่ยวเชียงใหม่จะต้องกินแค่อาหารเหนือ บอกเลยเดี๋ยวนี้เชียงใหม่มีอาหารหลากหลายมาก มีทั้งอาหารตามสั่งสไตล์โมเดิร์น สตรีทฟู้ดสุดแซ่บ และคาเฟ่สุดชิคที่เมนูอาหารจัดเต็ม ใครสายกินห้ามพลาดบทความนี้เลย! เพราะ OpenMapTH จะมาป้ายยา 7 ร้านอาหารตามสั่ง

Read More
ซุปโอชา Soup O Cha 心心汤 ก๋วยเตี๋ยว เชียงใหม่ 6

ก๋วยเตี๋ยว เชียงใหม่ รวม 5 ร้านเด็ดเส้นดี น้ำซุปปัง ที่สายกินต้องโดน!

ถ้าพูดถึงเมนูที่กินง่าย อร่อยไว และฟินได้ทุกเวลา “ก๋วยเตี๋ยว” ต้องติดท็อปลิสต์แน่นอน ไม่ว่าจะน้ำใส น้ำข้น เส้นเล็ก เส้นใหญ่ หรือบะหมี่ แค่ได้ซดน้ำซุปอุ่น ๆ ก็รู้สึกแฮปปี้แล้ว ทำให้เมนูก๋วยเตี๋ยวนี้ครองใจเราได้ตลอดกาล และในเชียงใหม่ เมืองสายกินแห่งนี้ เต็มไปด้วยร้านก๋วยเตี๋ยวมากมาย หลากหลายสไตล์ ตั้งแต่ร้านบ้าน ๆ

Read More
OpenMap - ร้านไหน ใกล้ฉัน
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.